5 เทคนิคสร้าง QR Code ให้ลูกค้าสแกนเข้าแชททันที เพิ่มโอกาสปิดการขายแบบไม่หลุดมือ

ถ้าธุรกิจของคุณยังให้ลูกค้าต้องพิมพ์ Line ID ค้นหาชื่อเพจ หรือคลิกลิงก์หลายต่อ โอกาสปิดการขายอาจหลุดมือไปตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่ม แล้วจะทำยังไงให้ลูกค้าเข้าถึงเราได้ง่าย สะดวก และเร็วที่สุด คำตอบคือ QR Code แต่ไม่ใช่แค่ QR Code ธรรมดา วันนี้เราจะพาไปดู 5 เทคนิคง่าย ๆ จะเปลี่ยนสี่เหลี่ยมขาวดำที่ดูเหมือนจะธรรมดา แต่จริง ๆ แล้วมันเป็นเครื่องมือดึงดูดลูกค้าและปิดการขายที่ทรงพลังสุด ๆ เลยล่ะ
5 เทคนิคสร้าง QR Code ให้ลูกค้าสแกนเข้าแชททันที เพิ่มโอกาสปิดการขายได้ทันใจ
ความเร็วคือหัวใจของการขาย ถ้าลูกค้าสแกนแล้วต้องทักได้ทันที อย่าปล่อยให้ลูกค้าหลุดมือเพียงเพราะ QR Code ใช้งานยาก หรือต้องกดหลายต่อ มาดู 5 เทคนิคสร้าง QR Code ให้เป็นเครื่องมือในการทำการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพและวัดผลได้ ว่ามีอะไรบ้างกันเลย
1. ใช้ Deep Link พาลูกค้าเข้าแชทโดยตรง
ปกติหากสร้าง QR Code จากลิงก์โปรไฟล์ธรรมดา ลูกค้ามักต้องกดต่ออีก 1–2 ขั้นตอน เช่น กดเพิ่มเพื่อนหรือกดส่งข้อความ ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้หลายคนหยุดและไม่ทำต่อ แต่ Deep Link จะช่วยตัดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นออกไป เมื่อสแกน QR Code แล้ว ระบบจะพาเข้าไปที่หน้าแชทหรือหน้าเพิ่มเพื่อนทันที พร้อมเริ่มสนทนาได้เลย
ตัวอย่างการใช้ Deep Link ที่นิยมและที่เราคุ้นเคยกัน ก็จะมี
- LINE Official Account หรือที่เราคุ้นเคยกันในชื่อของ LINE OA ควรใช้ลิงก์เพิ่มเพื่อนหรือ QR Code ที่ได้จากระบบ LINE OA โดยตรง เมื่อลูกค้าสแกน จะเจอหน้าเพิ่มเพื่อนพร้อมกดทันที และบางกรณียังสามารถเปิดแชทพร้อมข้อความต้อนรับได้ด้วย
- Facebook Messenger ที่ใช้ลิงก์รูปแบบ m.me/ชื่อเพจ เมื่อนำไปสร้าง QR Code ลูกค้าจะถูกพาเข้าแอป Messenger และเปิดหน้าแชทกับเพจทันที
เจ้า Deep Link จึงช่วยลดการตัดสินใจของลูกค้าเหลือเพียงขั้นตอนเดียว คือ แค่สแกนแล้วก็เริ่มคุยได้เลย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสปิดการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. เพิ่ม Call to Action (CTA) ให้ชัดเจนและน่าดึงดูดที่สุด
เราต้องทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าฉันต้องสแกนอันนี้เดี๋ยวนี้ด้วย ซึ่ง Call to Action หรือคำกระตุ้นให้เกิดการกระทำ มันคือประโยคสั้น ๆ ที่บอกลูกค้าอย่างชัดเจนว่าสแกนแล้วจะได้อะไร และทำไมต้องทำมันตอนนี้
CTA แบบทรงพลังที่ควรใช้ จะต้องกระตุ้นด้วยความเร่งด่วน หรือผลประโยชน์ที่จับต้องได้ เช่น
- ถ้า QR Code ของเราอยู่บนป้ายโฆษณา ลองใช้คำว่า “สแกนรับส่วนลดพิเศษ 10% สำหรับ 10 ท่านแรกเท่านั้น!” คำว่า “ส่วนลด” และ “10 ท่านแรก” จะช่วยสร้างความเร่งด่วนและผลประโยชน์ที่จับต้องได้ ลูกค้าจะรู้สึกว่า ถ้าไม่ทำตอนนี้ อาจจะพลาดโอกาสสำคัญไปนั่นเอง
- หรือถ้าต้องการให้ลูกค้าขอแคตตาล็อกสินค้า ลองใช้ “สแกน! รับแคตตาล็อกรุ่นใหม่ล่าสุดพร้อมราคาสุดพิเศษ” คำว่า “รุ่นใหม่ล่าสุด” และ “ราคาสุดพิเศษ” จะสร้างความรู้สึกว่าสิ่งที่เขาจะได้รับนั้นมีความคุ้มค่าและเป็นข้อมูลเชิงลึกอีกด้วย
แถมเทคนิคการออกแบบเพิ่มเติม
- ควรใส่โลโก้แบรนด์ด้วย เพราะว่าการใส่โลโก้แบรนด์ลงไปตรงกลาง QR Code จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือมากขึ้น ทำให้ลูกค้ามั่นใจว่ากำลังสแกนไปยังช่องทางที่เป็นทางการจริง ๆ ของแบรนด์เรานั่นเอง
- ลองเปลี่ยนสีของ QR Code ให้เป็นสีประจำแบรนด์ โดยยังคงความคอนทราสต์ที่ชัดเจนในการสแกนนะคะ และใช้ข้อความ CTA ที่มีขนาดใหญ่และมีลูกศรชี้ไปยังตัว QR Code โดยเฉพาะในสื่อสิ่งพิมพ์ ลูกศรหรือกรอบเน้นจะช่วยดึงดูดสายตาให้พุ่งเป้าไปที่จุดสแกนค่ะ
3. ใช้ข้อความต้อนรับอัตโนมัติ เพื่อลดระยะเวลารอ
ข้อความต้อนรับอัตโนมัติ (Welcome Message) มีบทบาทสำคัญมาก โดยเราสามารถตั้งค่าไว้ได้ทั้งใน LINE OA, Messenger หรือระบบรวมแชทต่าง ๆ เพื่อช่วยดูแลลูกค้าได้ตั้งแต่วินาทีแรกที่ทักเข้ามา ซึ่งข้อความต้อนรับที่ดีควรมีองค์ประกอบหลักครบ 3 ส่วน ดังนี้ด้วย
- ทักทายและยืนยันความต้องการของลูกค้า เช่น “สวัสดีค่ะ คุณเอ ขอบคุณมาก ๆ ที่สนใจสินค้าของเรานะคะ ทีมงานได้รับข้อมูลการสแกนเพื่อรับโปรโมชั่นสุดพิเศษของคุณเรียบร้อยแล้ว จะรีบติดต่อกลับภายใน 30 นาทีค่ะ”
- ให้ข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็นอย่างรวดเร็ว เพื่อจัดการความคาดหวังของลูกค้า ควรแจ้งช่วงเวลาการตอบกลับของแอดมินให้ชัดเจน เช่น “แอดมินจะตอบกลับภายใน 3–5 นาที ในช่วงเวลา 9:00–18:00 น. ค่ะ”
- และนำทางลูกค้าไปสู่ขั้นตอนถัดไปทันที โดยการสร้างปุ่มหรือเมนูให้เลือกกดได้ทันที เช่นน ดูแคตตาล็อกและราคา ,สอบถามโปรโมชั่นประจำเดือน หรือต้องการพูดคุยกับแอดมิน เป็นต้น
การมีตัวเลือกที่ชัดเจนจะช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจง่ายขึ้น ลดความลังเล และเพิ่มโอกาสในการปิดการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
4. สร้างความแตกต่างของ QR Code ตามสื่อที่ใช้งาน เพื่อการวัดผลแม่นยำ
เราจะไม่ใช้ QR Code ตัวเดิมแปะอยู่ทุกที่ เพราะถ้าคุณใช้ QR Code ตัวเดียวสำหรับทุกช่องทาง เวลาลูกค้าสแกนเข้ามา คุณจะรู้แค่ว่ามีคนสแกน แต่คุณจะไม่มีทางรู้เลยว่าลูกค้าคนนั้นเห็น QR Code ของคุณจาก ใบปลิว? โปสเตอร์? หรือ โฆษณา Facebook?
นี่คือสิ่งที่ต้องแก้ไข เราต้องสร้าง QR Code หลายตัว ที่มีปลายทางเดียวกัน คือเข้าแชทเหมือนเดิม แต่มีรหัสติดตามที่แตกต่างกัน เช่น
- QR Code A สำหรับใบปลิว
- QR Code B สำหรับโปสเตอร์หน้าร้าน
- QR Code C สำหรับโฆษณาในห้าง
ทีนี้เมื่อเรารู้ว่า QR Code C ถูกสแกนมากกว่า A และ B เราก็จะรู้ได้ทันทีว่า การลงโฆษณาในห้างคือช่องทางที่สร้าง Lead ที่มีคุณภาพให้กับแบรนด์มากที่สุด เราก็จะนำเงินไปลงทุนในช่องทางนั้นเพิ่มได้ นี่คือการตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลจริง ๆ นั่นเอง
5. จัดวางตำแหน่งและขนาดให้เป๊ะ สแกนง่ายไม่มีสะดุด
ต่อให้เราเตรียมข้อมูลมาดีแค่ไหน แต่ถ้าลูกค้าหาไม่เจอ หรือสแกนไม่ได้ เทคนิคที่เตรียมมาก็เสียเปล่าค่ะ ขั้นตอนนี้คือการเปลี่ยนงานออกแบบให้กลายเป็นยอดขายที่ทำได้จริง โดยเน้น 3 เรื่องสำคัญ ดังนี้
1. เลือกทำเลที่วางให้ถูกใจลูกค้า
ตำแหน่งที่ตั้งมีผลมากต่อการตัดสินใจสแกนมาก ๆ เลย เราต้องวางในจุดที่ลูกค้าสะดวกที่สุด
- ควรวาง QR Code ไว้ในระดับที่ลูกค้าไม่ต้องก้มจนปวดหลังหรือเขย่งสแกนค่ะ จุดที่แนะนำเลยคือ เคาน์เตอร์แคชเชียร์ หรือ ป้ายหน้าร้าน ที่อยู่ในระยะเอื้อมมือถึงพอดี
- ถ้าเป็นบนสื่อออนไลน์ ให้วางไว้ในจุดที่คนมองเห็นเป็นอันดับท้าย ๆ หลังจากอ่านเนื้อหาจบแล้ว เช่น มุมขวาบนหรือตรงกลางที่มีพื้นที่ว่าง เพื่อให้การสแกนกลายเป็นขั้นตอนถัดไปที่ลื่นไหล
2. ขนาดต้องพอดี ไม่เล็กจนเกินไป
QR Code ที่เล็กเกินไปจะทำให้กล้องมือถือโฟกัสไม่ได้ และลูกค้าส่วนใหญ่จะเลิกพยายามทันทีถ้าสแกนครั้งแรกไม่ติด
- ถ้าเป็นนามบัตร เมนูอาหาร หรือโบรชัวร์ ขนาดไม่ควรเล็กกว่า 2.5 x 2.5 เซนติเมตร ขนาดนี้ถือว่าปลอดภัยสำหรับมือถือทุกรุ่น
- หรือถ้าจะเอาไปติดบนป้ายใหญ่ ๆ หรือบิลบอร์ด ขนาด QR Code ต้องเป็น 1 ใน 10 ของระยะห่าง เช่น ถ้าอยากให้ลูกค้าสแกนจากระยะ 3 เมตร ตัว QR Code ของเราต้องใหญ่อย่างน้อย 30 เซนติเมตร
3. วัสดุและสีก็สำคัญไม่แพ้กัน
รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างเรื่องแสงและสี ก็ช่วยให้สแกนติดง่ายขึ้นเยอะเลย
- เลี่ยงแสงสะท้อน โดยเฉพาะวัสดุที่เงามาก ๆ หรือกระดาษมันวาว เวลาเจอแสงไฟจะทำให้กล้องอ่านค่าไม่ได้ ถ้าเลือกได้ แนะนำให้ใช้ วัสดุเนื้อด้าน จะช่วยให้สแกนลื่นไหลขึ้นเยอะเลย
- จะเปลี่ยนสี QR Code ตามแบรนด์ก็ได้ แต่ขอให้สีของตัวรหัสกับสีพื้นหลัง ตัดกันให้เห็นชัด ๆ เพื่อให้ระบบสแกนแยกแยะข้อมูลได้แม่นยำที่สุด
สร้าง QR Code ให้ตอบโจทย์ลูกค้า เพิ่มโอกาสปิดการขายได้ทันใจ
การสร้าง QR Code ที่มีประสิทธิภาพไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่คือการออกแบบประสบการณ์ที่สแกนง่าย เข้าถึงเร็ว และพร้อมคุยทันที เมื่อขั้นตอนของลูกค้าลดลง โอกาสปิดการขายก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แถม QR Code ยังเป็นเครื่องมือการตลาดที่ช่วยวัดผลแคมเปญได้จริง รู้ว่าลูกค้ามาจากช่องทางไหน และช่วยให้คุณเข้าถึง Lead ที่มีคุณภาพมากขึ้น ลองนำ 5 เทคนิคนี้ไปปรับใช้กับธุรกิจของคุณตั้งแต่วันนี้ แล้วคุณจะเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจน หากกำลังมองหาเครื่องมือสร้าง QR Code สำหรับธุรกิจโดยเฉพาะ Chatcone มีฟีเจอร์ Campaign Tracking ที่ช่วยสร้างและวัดผล QR Code ได้ครบจบในที่เดียว แอดไลน์ Chatcone เพื่อรับคำปรึกษาฟรีจากทีมงานได้เลยวันนี้